ผลงานติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไฮบริด
ย่านพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
จากค่าไฟเดิมประมาณ 25,000–30,000 บาทต่อเดือน หลังติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไฮบริด พร้อมปรับรูปแบบการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟจริงของบ้าน ค่าไฟลดลงเหลือประมาณ 10,000 กว่าบาทต่อเดือน ช่วยประหยัดค่าไฟได้หลักหมื่นบาทต่อเดือน
ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเพิ่มจำนวนแผงโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการออกแบบระบบโดยวิเคราะห์โหลดและช่วงเวลาการใช้ไฟจริงภายในบ้าน
ในช่วงกลางวัน บ้านมีโหลดจากปั๊มน้ำสระว่ายน้ำเฉลี่ยประมาณ 5–6kW ขณะที่ช่วงเย็นมีโหลดสูงสุดประมาณ 20kW ระบบจึงถูกออกแบบให้ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์กับโหลดภายในบ้านก่อน และนำพลังงานส่วนเกินไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อนำกลับมาใช้หลังพระอาทิตย์ตก
รายละเอียดระบบที่ติดตั้ง
- แผงโซลาร์เซลล์ AIKO Stellar 3N+72 เทคโนโลยี N-Type ABC จำนวน 45 แผง
- กำลังแผงสูงสุด 675W ต่อแผง
- กำลังติดตั้งรวม 30.375 kWp
- อินเวอร์เตอร์ Deye Hybrid 3 Phase ขนาด 20kW จำนวน 2 เครื่อง
- กำลังอินเวอร์เตอร์รวม 40kW
- แบตเตอรี่ขนาด 16kWh จำนวน 3 ชุด
- ความจุแบตเตอรี่รวม 48kWh
- รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
- มีระบบตรวจวัดและบริหารพลังงานระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ โหลดภายในบ้าน และระบบไฟฟ้าหลัก
- ใช้ท่อเหล็ก IMC Panasonic พร้อมอุปกรณ์ประกอบงานไฟฟ้าตามมาตรฐานที่กำหนดในโครงการ
ระบบช่วยลดค่าไฟได้อย่างไร
ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์กับโหลดกลางวันโดยตรง
ในช่วงที่มีแสงแดด ปั๊มน้ำสระว่ายน้ำ เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านจะใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ก่อน ช่วยลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้าได้ทันที
การใช้พลังงานจากแผงโดยตรงยังช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการชาร์จและคายประจุผ่านแบตเตอรี่
นอกจากนี้ การปรับเวลาทำงานของปั๊มน้ำ เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ที่สามารถเลื่อนเวลาใช้งานได้ ให้ทำงานในช่วงที่แผงผลิตพลังงานได้สูง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าไฟของโครงการนี้
เก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงเย็น
เมื่อแผงโซลาร์เซลล์ผลิตพลังงานได้มากกว่าปริมาณที่บ้านกำลังใช้งาน พลังงานส่วนเกินจะถูกนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ที่มีความจุรวม 48kWh
เมื่อแสงแดดลดลงในช่วงเย็น ระบบจะนำพลังงานที่สะสมไว้กลับมาช่วยจ่ายโหลดภายในบ้าน ซึ่งเป็นช่วงที่โครงการมีความต้องการใช้ไฟสูงสุดประมาณ 20kW
พลังงานที่สามารถนำออกมาใช้งานจริงจะต่ำกว่าความจุแบตเตอรี่ 48kWh เล็กน้อย เนื่องจากระบบต้องสำรองระดับประจุบางส่วนเพื่อช่วยรักษาอายุการใช้งานของเซลล์แบตเตอรี่ รวมถึงมีการสูญเสียจากกระบวนการแปลงพลังงาน
บริหารพลังงานให้อัตโนมัติ
อินเวอร์เตอร์ Deye Hybrid ทำหน้าที่บริหารการทำงานร่วมกันระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ โหลดภายในบ้าน และระบบไฟฟ้าหลักโดยอัตโนมัติ
ผู้ใช้งานจึงไม่จำเป็นต้องสลับแหล่งจ่ายไฟด้วยตนเองในสภาวะการใช้งานปกติ
ระบบสามารถตั้งค่าได้ทั้ง
- ลำดับการใช้พลังงาน
- ช่วงเวลาชาร์จแบตเตอรี่
- ช่วงเวลาคายประจุ
- ระดับประจุขั้นต่ำของแบตเตอรี่
- กำลังในการชาร์จและคายประจุ
- การบริหารพลังงานให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานของบ้าน
พร้อมระบบมอนิเตอร์สำหรับติดตามข้อมูลการผลิตและการใช้พลังงานจริง เพื่อใช้วิเคราะห์และปรับการทำงานของระบบในภายหลัง
จุดเด่นของอินเวอร์เตอร์ Deye Hybrid
โครงการนี้เลือกใช้อินเวอร์เตอร์ Deye Hybrid 3 Phase ขนาด 20kW จำนวน 2 เครื่อง เหมาะสำหรับระบบที่ต้องบริหารทั้งพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และโหลดขนาดใหญ่ภายในจุดเดียว
จุดเด่นของระบบ ได้แก่
- รองรับการทำงานแบบ Hybrid ระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้าหลัก
- รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส 230/400V
- อินเวอร์เตอร์ 2 เครื่องสามารถทำงานขนานกันได้ เมื่อเดินระบบสื่อสารและตั้งค่า Master/Slave อย่างถูกต้อง
- รองรับโหลดใช้งานสูงและโหลดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดวัน
- กำหนดช่วงเวลาชาร์จและคายประจุแบตเตอรี่ได้
- รองรับการจำกัดการส่งพลังงานย้อนกลับเข้าสู่ระบบการไฟฟ้าผ่าน Smart Meter
- ตรวจสอบแรงดัน กระแส กำลังผลิต สถานะแบตเตอรี่ และประวัติการแจ้งเตือนได้
- ตัวเครื่องระดับ IP65 เหมาะสำหรับพื้นที่ติดตั้งที่มีการป้องกันและการระบายอากาศตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
- การใช้อินเวอร์เตอร์ 2 เครื่องช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรสตริงแผงและบริหารโหลดภายในระบบ
แม้ระบบจะติดตั้งอินเวอร์เตอร์รวม 40kW แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบจะสามารถผลิตพลังงานได้ 40kW ตลอดเวลา
กำลังผลิตจริงขึ้นอยู่กับกำลังแผงรวม 30.375 kWp ปริมาณแสงแดด อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม และการตั้งค่าระบบ ส่วนกำลังอินเวอร์เตอร์ที่เผื่อไว้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับโหลด การชาร์จและคายประจุแบตเตอรี่ รวมถึงรองรับการปรับระบบภายใต้ขอบเขตที่ผู้ผลิตกำหนด
จุดเด่นของแผง AIKO N-Type ABC
โครงการนี้เลือกใช้แผง AIKO Stellar 3N+72 ซึ่งใช้เทคโนโลยีเซลล์ N-Type ABC
โครงสร้างเซลล์ได้รับการออกแบบให้ด้านหน้าไม่มีเส้นบัสบาร์บดบังพื้นที่รับแสง ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ และทำให้ตัวแผงมีรูปลักษณ์เรียบ สวย และสม่ำเสมอ
แผงรุ่นกำลัง 675W ตามข้อมูล Datasheet มีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 25% พร้อมโครงสร้างกระจกสองชั้น กล่องต่อสายระดับ IP68 และรองรับแรงดันระบบสูงสุด 1,500VDC
ผลิตภัณฑ์ของ AIKO ยังมีความโดดเด่นด้านการออกแบบ และได้รับการกล่าวถึงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Red Dot Design Award
อย่างไรก็ตาม รางวัลด้านการออกแบบไม่ใช่ใบรับรองด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า การตรวจรับระบบจึงยังต้องพิจารณาจากรุ่นสินค้าที่ใช้งานจริง มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบ และเอกสารรับรองของผู้ผลิตประกอบกัน
คุณภาพงานติดตั้งและอุปกรณ์ประกอบ
ระบบโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผงและอินเวอร์เตอร์เพียงอย่างเดียว
สายไฟ ท่อร้อยสาย อุปกรณ์ป้องกัน จุดเชื่อมต่อ ระบบสายดิน และงานยึดจับ ล้วนมีผลต่อความปลอดภัย ความเสถียร และอายุการใช้งานของระบบในระยะยาว
โครงการนี้จึงเลือกใช้ท่อเหล็ก IMC Panasonic สำหรับป้องกันสายไฟในแนวที่กำหนด
ท่อ IMC มีความแข็งแรงกว่าท่อโลหะชนิดบาง ช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก สัตว์กัดแทะ และความเสียหายจากสภาพแวดล้อม โดยการติดตั้งจะต้องประกอบข้อต่อให้ต่อเนื่อง ยึดแน่น ป้องกันน้ำเข้า และเชื่อมต่อระบบสายดินอย่างถูกต้อง
อุปกรณ์ประกอบหลักของระบบเลือกใช้ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์แต่ละประเภท เช่น
- ท่อ IMC และข้อต่อสำหรับป้องกันสายไฟ
- สายไฟฟ้ากระแสสลับที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสและแรงดันตก
- สาย PV สำหรับระบบกระแสตรงและงานติดตั้งภายนอกอาคาร
- เบรกเกอร์ AC และ DC ที่มีพิกัดเหมาะสม
- อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากทั้งด้าน AC และ DC
- ฟิวส์และฐานฟิวส์สำหรับวงจรสตริงตามผลการออกแบบ
- ตู้ไฟและตู้คอมไบเนอร์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
- รางเดินสายและอุปกรณ์จับยึดที่มีความแข็งแรง
- ระบบสายดินและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว
- หัวต่อสายและหางปลาที่เหมาะสมกับชนิดและขนาดของตัวนำ
การพิจารณาว่าอุปกรณ์ “ได้มาตรฐาน” ควรตรวจสอบจากรุ่นสินค้า เลขมาตรฐานบนผลิตภัณฑ์ และเอกสารรับรองของผู้ผลิตในแต่ละรายการ ไม่ควรพิจารณาจากชื่อยี่ห้อเพียงอย่างเดียว
ผลลัพธ์ที่เจ้าของโครงการได้รับ
- ค่าไฟลดจากประมาณ 25,000–30,000 บาท เหลือประมาณ 10,000 กว่าบาทต่อเดือน
- ลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่ปั๊มน้ำสระว่ายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงาน
- เก็บพลังงานส่วนเกินจากกลางวันไว้ใช้ในช่วงเย็น
- ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ช่วยลดการดึงไฟในช่วงที่บ้านมีโหลดสูง
- มีพลังงานสำรองสำหรับวงจรที่กำหนดไว้ในกรณีไฟฟ้าดับ
- ตรวจสอบข้อมูลการผลิตและการใช้พลังงานของระบบได้
- ช่วยลดผลกระทบจากค่าไฟที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
- ระบบสามารถปรับตั้งและรองรับการขยายเพิ่มเติมภายใต้ข้อจำกัดของอุปกรณ์
- งานเดินสายและอุปกรณ์ป้องกันถูกจัดวางให้สามารถตรวจสอบและบำรุงรักษาได้สะดวก
ออกแบบระบบจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงจำนวนแผง
ผลการประหยัดของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟ สภาพอากาศ จำนวนผู้อยู่อาศัย ระยะเวลาการทำงานของอุปกรณ์ เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ และการตั้งค่าระบบแบตเตอรี่
ตัวเลขการประหยัดของโครงการนี้จึงเป็นผลลัพธ์จากลักษณะการใช้งานจริงของสถานที่แห่งนี้ และไม่ควรนำไปใช้เป็นตัวเลขรับประกันผลลัพธ์สำหรับทุกโครงการ
Bangkokwin ออกแบบระบบโซลาร์เซลล์โดยพิจารณาจากบิลค่าไฟ โหลดใช้งานจริง ช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงาน และความต้องการด้านไฟสำรอง เพื่อกำหนดขนาดแผง อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ป้องกันให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม
เป้าหมายไม่ใช่เพียง “ติดแผงให้ได้มากที่สุด” แต่คือการออกแบบระบบให้พลังงานที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละโครงการ

