Solar Rooftop 10 kW 3 Phase ถนนจันทน์
จากค่าไฟหลักหมื่น สู่ค่าไฟหลักร้อย พร้อมเปลี่ยนแสงแดดส่วนเกินให้เป็นรายได้
อีกหนึ่งผลงานติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 10 kW ระบบ 3 Phase ด้วย Huawei บนอาคารย่าน ถนนจันทน์ กรุงเทพฯ ออกแบบระบบโดยมีเป้าหมายทั้งการ ลดค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวัน และบริหารพลังงานส่วนเกินให้สามารถ ขายไฟคืนแก่การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง
จากเดิมที่อาคารมีค่าไฟอยู่ในระดับ หลักหมื่นบาทต่อเดือน หลังติดตั้งระบบ Solar Rooftop และนำรายรับจากการขายไฟคืนมาคำนวณร่วมกัน ในช่วงที่มีสภาพแสงแดดเหมาะสม ภาระค่าไฟสุทธิลดลงเหลือเพียง หลักร้อยบาท
และในบางรอบบิลช่วงฤดูร้อน ปริมาณพลังงานที่ผลิตได้และส่งขายคืนยังสามารถสร้าง รายรับจากการไฟฟ้า ให้กับเจ้าของอาคารได้อีกด้วย
นี่คือเหตุผลที่ Bangkokwin ไม่ได้มอง Solar Rooftop เป็นเพียง “แผงผลิตไฟบนหลังคา” แต่เป็น ระบบบริหารต้นทุนพลังงานของอาคารในระยะยาว
ระบบนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
1. Solar Rooftop ขนาดประมาณ 10 kWp
ติดตั้งแผง Solar ขนาด 550 W จำนวน 18 แผง รวมกำลังติดตั้งประมาณ 9.90 kWp บริเวณดาดฟ้าชั้น 4 ของอาคาร เพื่อรับพลังงานจากแสงอาทิตย์และเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในอาคาร
2. Huawei 10 kW 3-Phase Inverter
หัวใจสำคัญของระบบคือ Huawei Inverter ขนาด 10 kW ระบบ 3 Phase ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผง Solar ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้าของอาคารโดยอัตโนมัติ
3. ผลิตไฟใช้เองก่อน ลดการซื้อไฟจาก MEA
ในช่วงกลางวันที่แผง Solar สามารถผลิตไฟฟ้าได้ อาคารจะนำพลังงานที่ผลิตขึ้นมาใช้กับ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า และโหลดต่าง ๆ ภายในอาคารก่อน
จึงช่วยลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าได้ทันที ยิ่งอาคารมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันมาก ก็ยิ่งสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงาน Solar ที่ผลิตขึ้นเองได้มากขึ้น
4. พลังงานที่ผลิตเกิน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม
เมื่อระบบ Solar ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าปริมาณที่อาคารกำลังใช้งาน พลังงานส่วนเกินสามารถส่งกลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายและ ขายคืนให้การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ตามเงื่อนไขและอัตราที่โครงการได้รับอนุมัติ
จึงเกิดประโยชน์สองทางพร้อมกัน คือ
ลดค่าไฟ จากการผลิตพลังงานไว้ใช้เอง
สร้างรายรับ จากพลังงานส่วนเกินที่ส่งขายคืน
5. ฤดูร้อนอาจเป็นช่วงที่ Solar สร้างความคุ้มค่าได้สูง
แม้ช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงที่อาคารมีการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น โดยเฉพาะจากระบบปรับอากาศ แต่ก็เป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับสูงเช่นกัน
สำหรับโครงการนี้ ในบางรอบบิลช่วงฤดูร้อน เมื่อนำ ผลประหยัดค่าไฟและรายรับจากการขายไฟ มาพิจารณาร่วมกัน เจ้าของอาคารสามารถมีรายรับสุทธิจากการไฟฟ้า แทนที่จะมีเพียงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว
6. ระบบและอุปกรณ์ป้องกันตามมาตรฐาน
งานติดตั้งไม่ได้มีเพียงแผง Solar และ Inverter แต่ยังครอบคลุมระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ระบบสายไฟ DC / AC
- อุปกรณ์ตัดตอน
- ระบบ Protection
- ระบบ Grounding
- Surge Protection
- อุปกรณ์ประกอบและระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
โดยเลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐาน มอก. สำหรับรายการอุปกรณ์ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด
7. Bangkokwin ดูแลตั้งแต่สำรวจจนถึงขั้นตอนขายไฟ
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องศึกษาหรือดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เพราะ Bangkokwin ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่
สำรวจพื้นที่ → วิเคราะห์ค่าไฟ → ออกแบบขนาดระบบ → จัดทำแบบ → ติดตั้ง → ทดสอบระบบ → จัดเตรียมเอกสาร → ประสานงานขอเชื่อมต่อและขายไฟคืนกับ MEA
ช่วยให้การติดตั้ง Solar Rooftop เป็นเรื่องง่ายขึ้น และได้ระบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้พลังงานจริงของแต่ละอาคาร
Solar Rooftop ทำงานอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยติด Solar ให้นึกภาพง่าย ๆ ว่า ในช่วงกลางวันอาคารของคุณกำลังใช้ไฟฟ้าอยู่ ขณะเดียวกันพื้นที่หลังคาก็สามารถทำหน้าที่เป็น “โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก” ผลิตพลังงานให้กับอาคารได้ตลอดช่วงที่มีแสงแดด
แสงแดด → แผง Solar → Huawei Inverter → อาคารใช้ไฟก่อน → พลังงานส่วนเกินส่งขาย MEA
ยิ่งอาคารมีการใช้ไฟในช่วงกลางวันมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสใช้พลังงาน Solar ที่ผลิตขึ้นเองได้มากขึ้น ส่วนพลังงานที่เหลือยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเติมได้ หากโครงการผ่านหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟ
หลังคาที่เคยรับแสงแดดอย่างเดียว วันนี้ช่วยลดค่าไฟให้กับอาคารทุกวัน
โครงการ Solar Rooftop ย่านถนนจันทน์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการออกแบบระบบ Solar ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงว่า “หลังคาสามารถวางแผงได้กี่แผง”
แต่ต้องวิเคราะห์ร่วมกันทั้ง พฤติกรรมการใช้ไฟ ค่าไฟจริง ขนาดระบบที่เหมาะสม และแนวทางบริหารพลังงานส่วนเกิน เพื่อให้ทุกหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
Bangkokwin Smart Energy Solutions ออกแบบระบบจากข้อมูลการใช้ไฟจริงของแต่ละอาคาร เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินได้ก่อนตัดสินใจว่า
ควรติดตั้งกี่ kW • ผลิตไฟได้ประมาณเท่าไร • ลดค่าไฟได้แค่ไหน • และมีโอกาสคืนทุนภายในกี่ปี
เพราะ Solar ที่ดี ไม่ใช่แค่ผลิตไฟได้ แต่ต้องออกแบบให้ เหมาะกับการใช้งาน ประหยัดจริง และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว



